
บริการของเรา
ฟ้องและต่อสู้คดีในชั้นศาล
ฟ้องและต่อสู้คดีแพ่งและอาญา เช่น คดึกู้ยืม คดีละเมิด คดีผิดสัญญา คดียักยอก คดีฉ้อโกง คดีลักทรัพย์นายจ้าง คดีเพิกถอนการให้อันเนื่องจากการประพฤติเนรคุณ เป็นต้น
ยื่นคำร้องร้องตั้งผู้จัดการมรดก ร้องรับรองบุตร ร้องขัดทรัพย์ ร้องกันส่วน ร้องครอบครองปรปักษ์ ร้องผู้อนุบาล ร้องผู้พิทักษ์ เป็นต้น
ไกล่เกลี่ยเจรจาระงับข้อพิพาท
บังคับคดี
สืบทรัพย์ ยึดอายัดทรัพย์สินนำออกขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาล
ขอเพิกถอนการขายทอดตลาด




เข้าร่วมให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน (ตำรวจ)
หมายเรียกจากตำรวจมีความสำคัญอย่างไร
ถูกหมายเรียกในฐานะพยาน อาจจะด้วยเหตุผลจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัย หากให้ปากคำผิดไปจากความเป็นจริงอาจจะกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีทันที
หมายเรียกในฐานะผู้ต้องหา ต้องมีความระมัดระวังในการให้ปากคำ อาจเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายในคดีได้ หากให้การคลาดเคลื่อนไปอาจจะถูกตั้งข้อกล่าวหาหนักเกินกว่าความเป็นจริง หากให้การชัดแจ้ง ครบทุกประเด็นประกอบกับมีพยานหลักฐานตามที่ฝ่ายเรารวบรวมมาแสดงต่อพนักงานสอบสวนแล้ว อาจจะได้รับตั้งข้อกล่าวหาที่เบาลงและตรงกับข้อเท็จจริง หรือมีโอกาสไม่ถูกดำเนินคดี





จัดทำสัญญา,บันทึกข้อตกลงและหนังสือต่าง ๆ
"แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดหนึ่งในน้ำใจคน"
ร่างและตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียดมีความสำคัญอย่างไร ?
คุณคงไม่อยากให้ทั้งชีวิตหรือธุรกิจที่สร้างมากับมือถูกทำลายด้วยคู่สัญญาที่คิดไม่ซื่อ เราไม่ทราบว่าภายในใจแล้วคู่สัญญาของเราคิดอะไรกับเรา แฝงเจตนาดีหรือชั่วไว้ในใจ วันทำสัญญาปฏิบัติดีต่อเรา วันข้างหน้าอาจคดโกงเอาเปรียบ แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้ก็คือ การทำหนังสือสัญญาเพื่อแสดงเจตนาภายในลงในหนังสือเพื่อความชัดแจ้งและยึดถือปฏิบัติตามหนังสือสัญญา ดังนั้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์จากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ป้องกันปัญหาในอนาคตจากการบังคับใช้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม และเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำหนังสือไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานทั้งสองฝ่าย เช่น
-สัญญากู้ยืมเงิน
-สัญญาเช่า
-สัญญาจะซื้อจะขาย
-สัญญาจ้างทำของ
-สัญญารักษาความลับขององค์กร
-สัญญาระหว่างสมรส
-สัญญาธุรกิจแฟรนไชส์
-บันทึกข้อตกลงการหย่า
-สัญญาซื้อขาย
-สัญญาจ้างแรงงาน
-หนังสือบอกกล่าวทวงถาม
-หนังสือบอกเลิกสัญญา


การขอประกันเพื่อปล่อยตัวชั่วคราว
ในคดีอาญาอัตราโทษจำคุก เมื่อถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดและตกเป็น ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดี ย่อมต้องถูกควบคุมตัวไว้ ณ เรือนจำ ระหว่างพิจารณาก่อนศาลมีคำพิพากษา ด้วยแนวคิดที่เกรงว่ากลัวจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานในคดี ดังนั้น เมื่อถูกตั้งข้อกล่าวหาระหว่างสอบสวนหรือถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีต่อศาลแล้ว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องประกันตัวเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวนหรือระหว่างพิจารณาคดี เนื่องด้วย ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นยังไม่มีความผิด "ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้" ตาม รัฐธรรมนูญไทย มาตรา 29 วรรค 2 ที่ได้ให้สิทธิไว้ จึงเห็นได้ชัดว่า หากถูกปล่อยตัวชั่วคราว การเตรียมการต่อสู้คดีย่อมมีความสะดวกต่อเป็นอย่างมาก การไปอยู่ในเรือนจำทั้ง ๆ ที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดย่อมไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
รับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ NOTARIAL SERVICES ATTORNEY โดยทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ในการนำไปใช้กับหน่วยงานเอกชนในต่างประเทศ และหน่วยงานรัฐบางกรณี ซึ่งทนายความต้องได้ผ่านการอบรบหลักสูตรทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร เท่านั้น เช่น
-รับรองเอกสารด้านวีซ่า,รับรองการทำนิติกรรมสัญญา
- ลายมือชื่อของบุคคลต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง


ผลงานของสำนักงาน


คดีขอคืนของกลาง
คดีนี้ทนายความได้รับมอบหมาย ให้ยื่นคำร้องขอคืนของกลางคืนเนื่องคำพิพากษาของศาลสั่งให้ริบทรัพย์ซึ่งเป็นรถบรรทุก ซึ่งสร้างความเสียหายแก่นายจ้างเป็นอย่างมาก จากการไม่มีรถใช้ประกอบกิจการ โดยมีข้อเท็จจริงว่า . . .
ลูกจ้างนำรถบรรทุกหัวลากพร้อมท้ายบรรทุกของนายจ้าง ใช้กระทำความผิดซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้ถูกดำเนินคดีและถูกริบรถยนต์บรรทุกหัวลากพร้อมกับท้ายบรรทุก ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านบาท และรถคันดังกลาวยังคงอยู่ระหว่างติดไฟแนนส์ ทางนายจ้างจึงต้องใช้สิทธิขอคืนของกลางในคดี โดยขอรับมอบอำนาจจากเจ้าของที่แท้จริงจากไฟแนนส์ เพื่อดำเนินการในชั้นศาล โดยอ้างเหตุว่า "ไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดของลูกจ้าง" ซึ่งศาลก็มีคำสั่งคืนรถบรรทุกหัวลากพร้อมท้ายบรรทุกแก่ไฟแนนส์ และนายจ้างก็นำรถคันดังกล่าวกลับมาประกอบกิจการได้ต่อไป


ผลงานของสำนักงาน




คดีฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทน
คดีนี้ทนายความได้รับมอบหมาย ให้ดำเนินการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยซึ่งเป็นหญิงชู้ ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่าเป็นภริยาอีกคนของสามีโจทก์ โดยมีข้อเท็จจริงว่า . . .
โจทก์เคยทราบพฤติกรรมการคบชู้ระหว่างจำเลยกับสามีโจทก์ได้ก่อนแล้ว และให้โอกาส แต่จำเลยก็ยังคงไม่ยุติความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ อีกทั้งก็ยังคงแสดงตนโดยเปิดเผย แสดงออกอย่างคนรักอีกคนของสามีโจทก์ ในพื้นที่สาธารณะที่มีคนทั่วไปสามารถพบเห็นได้ และเข้าใจได้ว่าทั้งสองคนเป็นคนรักกัน คดีนี้ ศาลเห็นว่าโจทก์ได้รับความทุกข์ทรมานแก่จิตใจ ถูกเหยียดหยามเกียรติคุณ จึงพิพากษาให้จำเลยซึ่งเป็นหญิงชู้ชดใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท

ติดต่อ
สำนักงานกฎหมายสยามพิทักษ์ธรรม
อีเมล
โทรศัพท์ และ Line
Mindjirayu.rak@gmail.com
© 2025. All rights reserved.


แอดไลน์เพื่อนัดหมายและปรึกษา
